เกี่ยวกับวันธรรมสวนะ ( วันพระ )

วันธรรมสวนะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระ” โดยนับ วันขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันเพ็ญ) แรม ๑๕ ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม ๑๔ ค่ำ) ของทุกเดือน เป็นวันที่ชาวพุทธมาบำเพ็ญกุศลให้กับตนเอง วันธรรมสวนะนี้มีมาแต่ครั้งพุทธกาล ซึ่งถือเป็นวันบำเพ็ญกุศลของชาวพุทธทั่วไป

ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญ ที่ควรไปวัดเพื่อทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และฟังธรรม หรือถือศีล สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใดๆ การทำบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยิ่งในวันอื่น

วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หมายถึง วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพุทธศาสนา (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) กำหนดเดือนทางจันทรคติละ 4 วัน ได้แก่

 วันขึ้น 8 ค่ำ
 วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ)
 วันแรม 8 ค่ำ
 วันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ)

วันโกน เป็นภาษาพูด หมายถึง วันก่อนวันพระ ๑ วัน

หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่อง         

   หลักธรรมที่เกี่ยงเนื่องในวันพระ หรือ วันอุโบสถที่นักเรียนควรศึกษาในที่นี้ คือสังคหวัตถุ 4

    สังคหวัตถุ ๔ หมายถึง หลักปฏิบัติตนที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่นไว้ หรือหลักในการสงเคราะห์ผู้อื่น มี ๔ ประการ คือ

    ๑. การให้ ( ทาน ) หมายถึง การรู้จักการช่วยเหลือ แบ่งปันไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นวัตถุสิ่งของ วิชาความรู้ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการให้อภัยแม้ผู้อื่นทำความผิดต่อเราหรือทำให้เราเดือดร้อน

    ๒. การพูดจาไพเราะ ( ปิยวาจา ) หมายถึง การพูดไพเราะ น่ารัก พูดด้วยความจริงใจ

    ๓. การทำประโยชน์ต่อกัน ( อัตถจริยา ) หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อกัน

    ๔. การาวงตัวเสมอต้นเสมอปลาย ( สมานัตตตา ) หมายถึง การทำตัวให้เข้ากันได้กับผู้อื่น โดยไม่   ถือตัว

ข้อควรปฏิบัติในวันธรรมสวนะ

๑. ทำบุญตักบาตร ให้ทานอื่นๆ เช่น ถวายสังฆทาน

๒. สมาทานศีล และรักษาศีล เช่น ศีล ๘ หรือ ศีล ๕

๓. เจริญภาวนาด้วยการทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิ

๔. ฟังธรรมเทศนาด้วยความตั้งใจและความสงบ